OpenAI บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT ได้ลงนามในสัญญาคลาวด์คอมพิวติ้งมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 10 ล้านล้านบาทกับ Oracle ซึ่งรายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่าเป็นหนึ่งในสัญญาด้านเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสัญญาจะเริ่มมีผลในปี 2027 และมีระยะเวลา 5 ปี
ภายใต้ข้อตกลงนี้ OpenAI จะใช้จ่ายเฉลี่ยปีละ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Oracle ซึ่งน่าสนใจว่าจำนวนเงินนี้สูงกว่ารายได้ทั้งหมดของ OpenAI ในปี 2024 ถึง 100 เท่า ทั้งนี้สัญญาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Stargate ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างสองบริษัทในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ระดับประเทศ
ความต้องการพลังการประมวลผลขนาดมหาศาล
ข้อตกลงนี้มุ่งเน้นไปที่การจัดหาพลังการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่ของ OpenAI โดยโครงการจะต้องใช้กำลังไฟฟ้าถึง 4.5-5 กิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนราว 4 ล้านครัวเรือน Oracle วางแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูลกว่า 100 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมติดตั้ง GPU supercluster เพื่อรองรับงาน AI ขนาดใหญ่
ความร่วมมือนี้ยังช่วยให้ OpenAI ลดการพึ่งพา Microsoft Azure ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในปัจจุบัน และกระจายความเสี่ยงในการจัดหาทรัพยากรการประมวลผล ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ Oracle ซึ่งเคยเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทฐานข้อมูล สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งและ AI
ผลกระทบทางธุรกิจและตลาดหุ้น
หลังจากที่ Oracle ประกาศในรายงานทางการเงินว่าได้ลงนามสัญญากับลูกค้า 3 รายมูลค่ารวม 317,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งสูงขึ้น 43% ทำให้ Larry Ellison ผู้ก่อตั้ง Oracle มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนมีทรัพย์สินใกล้เคียงกับ Elon Musk ผู้เป็นคนรวยที่สุดในโลก
สัญญานี้สะท้อนถึงการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรม AI โดยเฉพาะความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการพัฒนาโมเดล AI ที่ซับซ้อนมากขึ้น แม้ว่า OpenAI จะยังคงมีการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแข่งขันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสร้าง Artificial General Intelligence (AGI) หรือปัญญาประดิษฐ์ระดับมนุษย์ในอนาคต
