CoreWeave ทำข้อตกลงหลายพันล้านดอลลาร์กับ OpenAI และ Meta

27f5b3fb-6827-8186-94b3-c07f6d784a17.png

CoreWeave ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ประกาศข้อตกลงครั้งสำคัญกับสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยี คือ OpenAI และ Meta ด้วยมูลค่ารวมกว่า 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

สำหรับข้อตกลงกับ OpenAI นั้น CoreWeave ได้ประกาศขยายความร่วมมือเพิ่มเติมเป็นมูลค่า 6,500 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2025 ซึ่งนับเป็นการขยายสัญญาครั้งที่สอง หลังจากข้อตกลงแรกในเดือนมีนาคมมูลค่า 11,900 ล้านดอลลาร์ และข้อตกลงเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคมอีก 4,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่ารวมของทั้งสามข้อตกลงสูงถึง 22,400 ล้านดอลลาร์[1][2] CoreWeave จะให้บริการศูนย์ข้อมูลและกำลังประมวลผลสำหรับการเทรนโมเดล AI รุ่นต่อไป ๆ ของ OpenAI รวมถึงรองรับการให้บริการแก่ผู้ใช้หลายร้อยล้านคนทั่วโลก

ไม่กี่วันหลังจากนั้น เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2025 CoreWeave ก็ประกาศข้อตกลงกับ Meta Platforms มูลค่า 14,200 ล้านดอลลาร์ โดยสัญญาจะดำเนินไปจนถึงปี 2031[3][4] ข้อตกลงนี้ทำให้หุ้นของ CoreWeave พุ่งขึ้นมากกว่า 12% ในวันเดียว และหากนับตั้งแต่ต้นปี 2025 หุ้นของบริษัทได้เพิ่มขึ้นไปแล้วถึง 234% สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนในศักยภาพของธุรกิจ

CoreWeave ก่อตั้งขึ้นในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการให้บริการศูนย์ข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้าน AI โดยเฉพาะ โดยมี Nvidia เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนและซัพพลายเออร์หลัก บริษัทมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง รวมถึง Microsoft, OpenAI และ Nvidia เอง CoreWeave ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เมื่อเดือนมีนาคม 2025 และปัจจุบันกำลังขยายศูนย์ข้อมูลทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึง GPU ระดับสูงของ Nvidia สำหรับการเทรนและรันโมเดล AI

ข้อตกลงทั้งสองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูลและ GPU ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการประมวลผล AI ขั้นสูง บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งกำลังแข่งกันลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อรองรับการพัฒนาโมเดล AI และการให้บริการที่ต้องใช้กำลังประมวลผลสูง ซึ่งคาดว่าแนวโน้มนี้จะยังคงเติบโตต่อไปในอนาคต เนื่องจากการแข่งขันในตลาด AI ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น

ที่มา: CoreWeave, CNBC, Tom's Hardware, Investor's Business Daily