IntelliJ IDEA 2025.2 ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นหลายอย่าง เช่น การสนับสนุน Java 25 และ Maven 4 รวมถึง AI code completion สำหรับ SQL, YAML, JSON และ Markdown ทำให้การพัฒนาโปรแกรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการอัปเดตนี้ยังเพิ่มความสามารถในการ debug แอป Spring แบบเรียลไทม์และการแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลจาก grid view โดยตรง
ไฮไลต์ฟีเจอร์ใหม่ใน IntelliJ IDEA 2025.2
การเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอ
- หน้า “What’s New” เน้นเฉพาะฟีเจอร์สำคัญ ไม่ลงรายละเอียดเล็กน้อยทั้งหมด
- มีโพสต์แยกสำหรับ “What’s Fixed” ที่รวมการปรับปรุงเสถียรภาพและประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีใหม่ที่รองรับ
- Java 25: รองรับทั้งฟีเจอร์ preview และ final
- Maven 4: รองรับ release candidate แล้ว
- JSpecify: รองรับ annotation สำหรับ null-safety อย่างเต็มรูปแบบ
- Spring Modulith: รองรับโครงสร้างโมดูล Spring แบบใหม่
- Virtual Threads: รองรับการ debug และวิเคราะห์ thread dump
AI Assistant และ Junie
- รองรับ AI code completion สำหรับ SQL, YAML, JSON, Markdown
- ทำงานแบบ offline ได้ และเลือกโมเดล local ได้
- รองรับ MCP (Model Context Protocol) เพื่อเชื่อมต่อกับ AI agents ภายนอก
- เพิ่มความสามารถในการแนบ context เช่น:
- ตารางฐานข้อมูล
- รูปภาพ (error, diagram)
- โฟลเดอร์ของโปรเจกต์
Spring Debugger
- แสดงข้อมูล runtime ของ Spring app แบบ real-time
- ตรวจสอบ bean, config, database connection ได้จาก IDE โดยตรง
Database Workflow
- สามารถแก้ไขข้อมูลจาก SELECT ที่มี JOIN ได้โดยตรงใน grid view
Web Development
- รองรับ TypeScript-Go language server
- ตรวจสอบ browser support ได้จาก quick documentation
- รองรับ Bun แบบอัตโนมัติ
Scala และ Bazel
- รองรับ Scala 3 opaque types และ tuple operations
- รองรับ Bazel แบบ native สำหรับหลายภาษา (Java, Kotlin, Scala, Python, Go)
