ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการค้นหาข้อมูลออนไลน์ เว็บไซต์อิสระจำนวนมากกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่รุนแรง ล่าสุด Elizabeth Douglas ซีอีโอของ WikiHow ได้ให้การในศาลของสหรัฐฯ ในคดี ad tech antitrust trial ของ Google โดยบรรยายถึงสถานการณ์ที่เธอเรียกว่า "AI apocalypse" ซึ่งเว็บไซต์ประเภท how-to อย่าง WikiHow กำลังประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้ในการค้นหาข้อมูล ที่น่าสนใจคือแม้ว่า Google จะเป็นต้นเหตุของปัญหา แต่ WikiHow กลับต้องเข้ามาปกป้อง Google ในคดีนี้[1]
ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น
การมาถึงของเครื่องมือ AI ใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI Overviews ของ Google และ AI chatbots ต่างๆ ได้เปลี่ยนวิธีที่ผู้คนค้นหาข้อมูล ข้อมูลจากการศึกษาของ Pew Research ที่ติดตามผู้ใช้ 900 คนในช่วงเดือนมีนาคม 2025 พบว่าการคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิม 15% เหลือเพียง 8% เท่านั้น และที่น่าตกใจกว่าคือมีเพียง 1% ของผู้ใช้ที่คลิกลิงก์อ้างอิงภายใน AI summaries ซึ่งหมายความว่าเว็บไซต์เนื้อหาแทบไม่ได้รับ traffic จาก feature นี้เลย[2]
การศึกษาจากหลายแหล่งยืนยันผลกระทบที่รุนแรง รายงานจาก Similarweb พบว่าเว็บไซต์ข่าวในสหรัฐฯ สูญเสีย organic traffic ไปถึง 26% นับตั้งแต่ Google เปิดตัว AI Overviews ขณะที่การวิเคราะห์แบ่งตามอุตสาหกรรมพบว่าเว็บไซต์ต่างๆ สูญเสีย traffic ระหว่าง 17-79% ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ สำนักข่าว Press Gazette ที่ทำงานร่วมกับ Chartbeat วิเคราะห์ข้อมูลจากเว็บไซต์กว่า 1,900 แห่งในเดือนกรกฎาคม 2025 ยืนยันแนวโน้มการลดลงอย่างต่อเนื่อง[3][4]
บริบทของคดี Ad Tech Antitrust
ในเดือนเมษายน 2025 ผู้พิพากษา Leonie Brinkema ได้ตัดสินว่า Google มีการผูกขาดตลาด digital advertising อย่างผิดกฎหมาย คดีนี้เข้าสู่ระยะ remedies phase เพื่อพิจารณาว่าควรมีมาตรการใดบ้างเพื่อฟื้นฟูการแข่งขันในตลาด กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เสนอให้แยก ad exchange AdX ของ Google ออกมา ซึ่งปัจจุบันเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากผู้เผยแพร่ที่ขายโฆษณาผ่านระบบประมูลแบบ instant[5][6]
ทางออกที่ยังไม่ชัด
แม้ Google จะอ้างว่า AI Overviews นำไปสู่ "higher-quality clicks" และแสดงเว็บไซต์ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ข้อมูลจากหลายแหล่งชี้ให้เห็นภาพที่ตรงกันข้าม การศึกษาพบว่า click-through rate ของผลลัพธ์อันดับแรกลดลงจาก 7.3% เหลือเพียง 2.6% เมื่อมี AI Overview ปรากฏ ขณะที่เว็บไซต์ขนาดใหญ่อย่าง Wikipedia, Reddit และ YouTube ครอง 15% ของแหล่งอ้างอิงใน AI citations แต่เว็บไซต์ข่าวได้รับเพียง 5% เท่านั้น สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบนิเวศดิจิทัล ที่เว็บไซต์อิสระต้องเผชิญกับความท้าทายในการอยู่รอดท่ามกลางยุคของ AI ที่ครอบงำการค้นหาข้อมูลออนไลน์[7][8]
