Evernote แอปพลิเคชันจดบันทึกชื่อดังได้เปิดเผยการอัปเดตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา โดยประกาศว่าได้ปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ถึง 110 รายการ ซึ่งมากกว่าเป้าหมาย 100 การปรับปรุงที่ตั้งไว้สำหรับทั้งปี 2024 หลังจากที่บริษัทผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการลดพนักงานและการปรับขึ้นราคาหลังถูกซื้อกิจการโดย Bending Spoons ตอนนี้ Evernote กลับมาพร้อมการพัฒนาที่สำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มเครื่องมือ AI ที่ทรงพลัง[1][2]
การอัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงเล็กน้อยที่ทำให้การจดบันทึกประจำวันราบรื่นขึ้น ไปจนถึงฟีเจอร์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของผู้ใช้ Evernote มุ่งเน้นการพัฒนาในหลายด้านสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุง workflow หลัก, ระบบค้นหา, การทำงานร่วมกัน, การปรับแต่งส่วนบุคคล, เครื่องมือ AI และประสิทธิภาพโดยรวมของแอปพลิเคชัน รายการการปรับปรุงทั้ง 110 รายการสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ทางการของบริษัท[3]
ฟีเจอร์ AI ที่โดดเด่นและน่าสนใจมีดังนี้:
- AI Transcription: เครื่องมือถอดเสียงและวิดีโอแบบ multimodal ที่สามารถแปลงเสียง วิดีโอ และรูปภาพเป็นข้อความได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ รองรับหลายภาษา และมีให้บริการทั้งในแอป Evernote หลักและเครื่องมือ standalone บนเว็บ ผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์หรือบันทึกเสียงได้ทันที[4][5]
- AI Edit (Rewrite): เครื่องมือแก้ไขข้อความด้วย AI ที่ช่วยสรุปเนื้อหา เขียนใหม่ และจัดรูปแบบข้อความให้สะอาดขึ้น พร้อมฟีเจอร์ "Humanize" ที่ทำให้ข้อความดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้ใช้สามารถสร้างอีเมล สรุปเนื้อหา และปรับปรุงข้อความได้อย่างง่ายดาย[6][7]
- AI-Powered Search: ระบบค้นหาที่ใช้ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาบันทึกด้วยประโยคปกติได้โดยไม่ต้องใช้คำสำคัญเฉพาะเจาะจง ช่วยให้การค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น[8]
- Text-to-Voice: เครื่องมือแปลงข้อความเป็นเสียงที่มีตัวเลือกเสียงหลากหลาย รวมถึงโหมด Podcast และ Story ที่ทำให้เนื้อหาน่าฟังมากขึ้น สามารถปรับแต่งเสียงและโทนได้ตามต้องการ[9][10]
- AI Diagrams: สร้าง flowchart และ mindmap ด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ รองรับหลายภาษา และสามารถปรับแต่งผลลัพธ์ได้ตามความต้องการ[11]
นอกจากฟีเจอร์ AI แล้ว Evernote ยังปรับปรุงพื้นฐานสำคัญอื่นๆ เช่น Editor ที่ใช้งานง่ายขึ้น ระบบค้นหาที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม การตั้งค่าฟอนต์เริ่มต้นแบบกำหนดเอง การแจ้งเตือนทางอีเมลสำหรับคอมเมนต์ และ workflow การย้ายและลบไฟล์ที่สะดวกขึ้น เครื่องมือบันทึกเสียงใหม่บนเดสก์ท็อปก็ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยและใช้งานได้ง่ายขึ้น[12][13]
การอัปเดตครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Evernote มุ่งมั่นที่จะกลับมาแข่งขันในตลาดแอปจดบันทึกอย่างจริงจัง หลังจากที่หลายปีที่ผ่านมาเผชิญกับความท้าทายจากคู่แข่งอย่าง Notion, OneNote และ Bear ด้วยการผสมผสานเครื่องมือ AI ที่ทันสมัยเข้ากับความสามารถด้านการจดบันทึกที่เข้มแข็งเดิม Evernote พยายามสร้างความแตกต่างและดึงดูดผู้ใช้กลับมาใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI
