รายงานใหม่จาก Anthropic ยืนยันภาพการยอมรับ AI ทั่วโลกผ่านดัชนี Anthropic Economic Index โดยไทยอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลกเมื่อวัดตามสัดส่วนผู้ใช้ Claude ทั้งหมด ขณะที่สหรัฐอเมริกาครองสัดส่วนสูงสุดราว 21.6% ของผู้ใช้ทั่วโลก และไทยคิดเป็นประมาณ 1.3% ของทั้งหมด สะท้อนแรงส่งของการใช้งาน AI ในภูมิภาคเอเชียที่เติบโตต่อเนื่อง (ประกาศ 15 ก.ย. 2025)
Anthropic ระบุว่า Economic Index ออกแบบมาเพื่อติดตาม “การใช้งานจริงในเศรษฐกิจ” แยกตามประเทศ อาชีพ และกาลเวลา จุดที่จับตามองคือรูปแบบการใช้ระหว่างการ “เสริมงาน” ด้วย AI กับการ “มอบหมายงานให้ AI ทำแทน” ตลอดจนหมวดงานหลักที่ถูกใช้บ่อย เช่น เขียนโค้ด การศึกษา วิทยาศาสตร์ งานธุรกิจ และเอกสาร ซึ่งช่วยอธิบายว่า AI เข้าไปเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างไรในแต่ละบริบท
ตัวเลขสำคัญจากฉบับล่าสุดชี้ว่า หากเปลี่ยนมุมมองเป็น “การใช้งานต่อประชากรวัยทำงาน” ผู้นำคืออิสราเอล ตามด้วยสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สอดคล้องข้อค้นพบว่าประเทศรายได้สูงมักมีการใช้ AI ต่อหัวมากกว่า อย่างไรก็ดี กรณีประเทศไทย “อยู่เหนือเส้นเฉลี่ย” เมื่อเทียบกับรายได้ต่อหัว หมายถึงมีการใช้งานจริงมากกว่าที่คาดตามฐานรายได้ สอดรับกับการเติบโตของนักพัฒนาและผู้ประกอบการดิจิทัลในประเทศ
ด้านหมวดงาน การเขียนโค้ดยังเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่สุดบนแพลตฟอร์ม ขณะที่ฝั่งองค์กรมีแนวโน้ม “อัตโนมัติมากขึ้น” คือโยกจากการโต้ตอบร่วมกันเป็นการสั่งให้โมเดลทำงานให้เสร็จในคราวเดียว สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคุณภาพผลลัพธ์และการจัดระเบียบเวิร์กโฟลว์ให้ AI ทำงานได้ตั้งแต่ต้นจนจบมากขึ้นในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับไทย การติด Top 15 ของโลกตามสัดส่วนผู้ใช้ แม้ยังไม่ติด Top 20 เมื่อเทียบต่อประชากรวัยทำงาน แต่ภาพรวมบอกว่าภาคส่วนต่างๆ เริ่มใช้ AI ในงานจริงจังขึ้น โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ เนื้อหาการศึกษา และเอกสารธุรกิจ โอกาสต่อไปคือการยกระดับทักษะดิจิทัล การออกแบบงานให้ AI รับผิดชอบงานซ้ำๆ ได้มากขึ้น และต่อยอดไปสู่บริการสาธารณะหรือภาครัฐที่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยเชิงกระบวนการ
อ้างอิง: รายงานฉบับเต็ม Anthropic Economic Index และหน้าอินไซต์ข้อมูลแบบอินเทอร์แอคทีฟ https://www.anthropic.com/research/anthropic-economic-index-september-2025-report https://www.anthropic.com/economic-index?utm_= พร้อมบทความสรุปที่ยืนยันตัวเลขเชิงประเทศและแนวโน้มรูปแบบการใช้งานจากแหล่งข่าวไอทีในต่างประเทศ https://www.ithome.com.tw/news/171226
