Amazon ต้องจ่ายคืนเงิน 2.5 พันล้านดอลลาร์ให้กับลูกค้าที่สมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้ตั้งใจ

2805b3fb-6827-81a0-a459-c8e089c378ce.png

Amazon ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซได้ตกลงชำระค่าปรับและคืนเงินรวมมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากถูกคณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ฟ้องร้องในข้อหาใช้กลยุทธ์หลอกลวงเพื่อให้ลูกค้าสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้ตั้งใจ และทำให้กระบวนการยกเลิกซับสคริปชันเป็นไปได้ยากอย่างมาก[1][2]

รายงานจาก FTC ระบุว่า Amazon ถูกกล่าวหาว่าใช้แผนการที่ซับซ้อนในการบังคับให้ผู้บริโภคหลายล้านคนลงทะเบียนเป็นสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน จากนั้นก็สร้างอุปสรรคต่างๆ ให้กับผู้ที่ต้องการยกเลิกสมาชิกภาพ เช่น การออกแบบขั้นตอนยกเลิกที่ยุ่งยากและซ่อนตัวเลือกการยกเลิกไว้ลึกในระบบ ทำให้ลูกค้าหลายรายต้องเสียค่าธรรมเนียมต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ได้ต้องการใช้บริการ[3][4]

จากมูลค่าการตั้งถิ่นฐาน 2.5 พันล้านดอลลาร์ มี 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่จะถูกจัดสรรเป็นเงินคืนให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนจะต้องเป็นผู้ที่ถูกลงทะเบียนเข้าโปรแกรม Prime โดยไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา และใช้สิทธิประโยชน์ของ Prime น้อยกว่า 3 รายการ ผู้ที่มีสิทธิ์จะได้รับเงินคืนสูงสุดถึง 51 ดอลลาร์ต่อราย[5][6]

สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เลย FTC จะเป็นผู้ติดต่อกลับไปหาผู้มีสิทธิ์โดยตรง พร้อมกับแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะได้รับและวิธีการรับเงินคืน การชำระเงินคาดว่าจะเริ่มต้นในเดือนกันยายน 2025[7][8]

อย่างไรก็ตาม FTC ได้ออกคำเตือนให้ผู้บริโภคระวังการหลอกลวง โดยระบุชัดเจนว่า FTC จะไม่โทรศัพท์ติดต่อผู้ใช้งานเพื่อแจ้งเรื่องเงินคืน หากมีใครโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ FTC เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลการเงิน ให้ถือว่าเป็นการหลอกลวงและแจ้งเรื่องไปยัง ReportFraud.ftc.gov ทันที[9]