อเมซอนเปิดฟีเจอร์ “เพิ่มสินค้าในการจัดส่ง” สำหรับสมาชิก Prime

2805b3fb-6827-816d-b2cc-ffa5a0fdd9d5.png

อเมซอนได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจสำหรับสมาชิก Prime ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อ "Add to Delivery" ซึ่งเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับประสบการณ์การช็อปปิ้งออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มสินค้าเข้าไปในคำสั่งซื้อที่ชำระเงินเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดส่งออกจากคลังสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างคำสั่งซื้อใหม่หรือเสียค่าจัดส่งเพิ่มเติม

ฟีเจอร์ดังกล่าวได้รับการทดสอบกับสมาชิก Prime บางส่วนมาระยะหนึ่งแล้ว และขณะนี้อเมซอนได้เริ่มเปิดให้บริการอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยสามารถใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันอเมซอนบนมือถือ และเว็บไซต์ Amazon.com เมื่อเข้าถึงจากอุปกรณ์มือถือเท่านั้น สินค้าที่รองรับฟีเจอร์นี้ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า หนังสือ และสินค้าอุปโภคบริโภค

วิธีการใช้งานค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อผู้ใช้เลือกดูสินค้าที่สามารถเพิ่มเข้าไปในการจัดส่งที่กำลังจะมาถึงได้ ระบบจะแสดงปุ่มสีน้ำเงินที่เขียนว่า "Add to delivery" อยู่ด้านล่างปุ่ม "Add to cart" สีเหลืองปกติ เมื่อกดปุ่มนี้แล้ว สินค้าจะถูกเพิ่มเข้าไปในคำสั่งซื้อที่รอจัดส่งทันที หากกดปุ่มผิดพลาดหรือเปลี่ยนใจ ระบบยังมีตัวเลือก "undo" ให้เอาสินค้าออกจากคำสั่งซื้อได้ทันที

อเมซอนระบุว่าฟีเจอร์นี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบริษัทในการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการช็อปปิ้งที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งมักจะซื้อของทีละชิ้นตามความต้องการที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ยังเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่มักจะลืมสินค้าสำคัญหลังจากกดชำระเงินไปแล้ว

สำหรับค่าใช้จ่าย สินค้าที่เพิ่มเข้ามาทีหลังจะไม่มีค่าจัดส่งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จะต้องเป็นสมาชิก Amazon Prime ซึ่งมีค่าบริการ 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 139 ดอลลาร์ต่อปี ฟีเจอร์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งมูลค่าเพิ่มที่ช่วยให้การเป็นสมาชิก Prime คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และสะท้อนถึงการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซที่ผู้ให้บริการต่างพยายามเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง