OpenAI ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันภายนอกได้โดยตรงผ่านการสนทนา เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2025 ตามรายงานจาก OpenAI และ TechRadar ผู้ใช้สามารถจองทริป สร้างงานนำเสนอ หรือสร้างเพลย์ลิสต์ได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าต่างแชท นับเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ChatGPT ให้ก้าวข้ามจากแค่การสนทนาธรรมดาไปสู่การเป็นศูนย์กลางในการทำงานหลากหลายรูปแบบ
ระบบ Apps ใหม่นี้ทำงานด้วย Apps SDK ที่ OpenAI เปิดให้นักพัฒนาใช้งานในเวอร์ชัน preview โดยแอปพลิเคชันต่างๆ จะปรากฏขึ้นมาในการสนทนาเมื่อ ChatGPT ตรวจจับว่าผู้ใช้กำลังต้องการบริการนั้น หรือผู้ใช้สามารถเรียกใช้แอปได้โดยระบุชื่อโดยตรง แอปเหล่านี้จะตอบสนองต่อภาษาธรรมดาและมีอินเทอร์เฟซแบบ interactive ที่สามารถทำงานได้ภายในหน้าแชท สำหรับผู้ใช้ แอปในระบบใหม่นี้จะปรับตัวตามบริบทของการสนทนาเพื่อช่วยในการสร้างสรรค์ การเรียนรู้ และการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
พาร์ทเนอร์รายแรกที่ร่วมเปิดตัวในโปรแกรม pilot รวม 7 บริษัท ได้แก่ Booking.com, Canva, Coursera, Figma, Expedia, Spotify และ Zillow แอปเหล่านี้พร้อมให้บริการแล้ววันนี้สำหรับผู้ใช้ ChatGPT ทุกแพ็กเกจ ไม่ว่าจะเป็น Free, Go, Plus หรือ Pro ยกเว้นผู้ใช้ในสหภาพยุโรปที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ในขณะนี้ โดยแอปจะทำงานในตลาดที่บริการต่างๆ เหล่านี้มีให้บริการ และจะเริ่มด้วยภาษาอังกฤษก่อน OpenAI ยังระบุว่าจะมีพาร์ทเนอร์เพิ่มเติมในปลายปีนี้ และคาดว่าจะขยายการให้บริการไปยังผู้ใช้งานกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก
ความสามารถเด่นของ Apps ใน ChatGPT ที่น่าสนใจ:
- การจองทริปกับ Booking.com และ Expedia ผู้ใช้สามารถบอก ChatGPT เกี่ยวกับแผนการเดินทาง และแอปจะค้นหาตัวเลือกโรงแรม เที่ยวบิน หรือรถเช่าให้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งแสดงตัวเลือกในรูปแบบที่เหมาะสมภายในแชท
- การสร้างงานนำเสนอกับ Canva และ Figma เพียงแค่อธิบายหัวข้อและเนื้อหาที่ต้องการ ChatGPT จะช่วยสร้างสไลด์ออกแบบกราฟิก หรือแม้กระทั่งสร้าง wireframe ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดโปรแกรมออกแบบแยก
- การสร้างเพลย์ลิสต์กับ Spotify ผู้ใช้สามารถขอให้ ChatGPT แนะนำเพลงตามอารมณ์หรือกิจกรรม และสร้างเพลย์ลิสต์ที่พร้อมฟังได้ทันทีใน Spotify
- การค้นหาบ้านกับ Zillow ผู้ใช้สามารถบอกความต้องการเกี่ยวกับบ้านที่ต้องการ และ ChatGPT จะช่วยค้นหาและแสดงตัวเลือกให้เห็นภายในแชท
- การเรียนรู้กับ Coursera ผู้ใช้สามารถค้นหาคอร์สเรียนที่เหมาะสมกับความสนใจหรือเป้าหมายอาชีพได้โดยตรง
สำหรับนักพัฒนา การสร้างแอปด้วย Apps SDK ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ใช้ ChatGPT กว่า 800 ล้านคนได้ในเวลาที่เหมาะสม โดย OpenAI อธิบายว่าแอปเหล่านี้จะถูกแนะนำให้ผู้ใช้เห็นในจังหวะที่ AI ตรวจจับว่าผู้ใช้มีความต้องการที่ตรงกับบริการนั้นๆ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ใช้งานที่มีความตั้งใจจริงในการใช้บริการ นอกจากนี้ แอปยังสามารถทำงานแบบ contextual ได้ คือสามารถเข้าถึงข้อมูลจากการสนทนาก่อนหน้าเพื่อให้บริการที่ตรงจุดมากขึ้น
การเปิดตัวระบบ Apps นี้ถือเป็นการแข่งขันโดยตรงกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่กำลังพัฒนาระบบ AI Agent และ Plugin อย่างเช่น Google Gemini, Microsoft Copilot และ Anthropic Claude ซึ่งล้วนมีการพัฒนาฟีเจอร์ในลักษณะคล้ายกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานจริงของ AI Chatbot รายงานจากหลายแหล่งระบุว่าการเปิดให้นักพัฒนาสร้างแอปบน ChatGPT จะช่วยขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์มไปอีกขั้น และอาจเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นศูนย์กลางหลักของการทำงานและบันเทิงในอนาคต
