ธนาคารกลางสวีเดน หรือ Riksbank ได้ออกประกาศที่น่าสนใจในวงการการเงินโลก โดยบังคับให้ระบบการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตทั้งหมดต้องรองรับการทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการชำระเงินดิจิทัล เช่น ปัญหาจากเซิร์ฟเวอร์ล่ม หรือระบบโทรคมนาคมขัดข้อง
มาตรการนี้กำหนดให้บัตรทุกใบที่ออกหลังจากวันที่ดังกล่าวต้องสามารถทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับธนาคาร แม้ว่าบัตรที่ใช้มาตรฐาน EMV จะรองรับฟีเจอร์นี้อยู่แล้ว แต่ในอดีตมักจำกัดการใช้งานเฉพาะในพื้นที่พิเศษ เช่น การซื้อสินค้าบนเครื่องบิน ประกาศครั้งนี้จึงถือเป็นการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมการใช้งานทั่วไปในระบบการเงินทั้งหมด
ข้อกำหนดและความสามารถที่สำคัญ
รายงานจาก Riksbank ระบุว่าระบบชำระเงินต้องมีความทนทานต่อเหตุการณ์ร้ายแรงได้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ดังนั้นวงเงินขั้นต่ำที่บัตรต้องรองรับสำหรับการชำระแบบออฟไลน์จึงถูกกำหนดไว้ที่ 2,000 โครนาสวีเดน หรือประมาณ 7,000 บาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่เพียงพอสำหรับการซื้อสินค้าจำเป็นในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ ฝั่งร้านค้าก็ต้องปรับระบบเช่นกัน โดยเครื่องรับบัตรจะต้องสามารถเก็บบันทึกรายการชำระเงินไว้ในเครื่องแบบออฟไลน์ได้เป็นเวลา 7 วัน
นโยบายนี้สะท้อนถึงบริบททางเศรษฐกิจและสังคมของสวีเดนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประเทศนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการใช้เงินสดต่ำที่สุดในโลก โดยสัดส่วนการใช้เงินสดลดลงต่ำกว่า 10% ตั้งแต่ปี 2020 และแม้จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ก็ยังคงอยู่ที่ประมาณ 10% เท่านั้น สถานการณ์นี้ทำให้ระบบการเงินของประเทศมีความเปราะบางต่อปัญหาทางเทคนิคและภัยคุกคามทางไซเบอร์
การบังคับใช้มาตรการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบการเงินของสวีเดนเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายกัน โดยเฉพาะประเทศที่มีการพึ่งพาระบบดิจิทัลสูง การมีระบบสำรองที่สามารถทำงานได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและธุรกิจว่าการทำธุรกรรมทางการเงินจะสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ในยามวิกฤต
