F-Droid แพลตฟอร์มจัดจำหน่ายแอปพลิเคชันโอเพนซอร์สสำหรับ Android ออกแถลงการณ์วิจารณ์นโยบายใหม่ของ Google อย่างรุนแรง หลังจากที่ Google ประกาศว่าจะบังคับให้นักพัฒนาทุกคนต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อนที่แอปพลิเคชันจะสามารถติดตั้งบนอุปกรณ์ Android ที่ผ่านการรับรอง แม้ว่าจะไม่ได้เผยแพร่ผ่าน Google Play Store ก็ตาม ทาง F-Droid เตือนว่านโยบายดังกล่าวอาจนำไปสู่การยุติโครงการที่ดำเนินมากว่า 15 ปีนี้
รายงานจาก Ars Technica และ How-To Geek ระบุว่า Google วางแผนจะเริ่มทดสอบระบบยืนยันตัวตนนักพัฒนาในช่วงสัปดาห์ถัดไปและจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 ภายใต้นโยบายนี้ แอปพลิเคชันใดๆ ที่ต้องการติดตั้งบนอุปกรณ์ Android จะต้องมีนักพัฒนาที่ผ่านการยืนยันตัวตนจาก Google และลงทะเบียนคีย์สำหรับเซ็นแอปกับทาง Google ก่อน Google อ้างว่าเป็นมาตรการเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ แต่ F-Droid มองว่าเป็นความพยายามในการควบคุมระบบนิเวศของ Android มากกว่า
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ F-Droid ระบุว่า โครงการที่ให้บริการมากว่า 15 ปีในการเผยแพร่แอปโอเพนซอร์สที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดจะไม่สามารถบังคับให้นักพัฒนาอาสาสมัครหลายพันคนไปลงทะเบียนกับ Google ได้ ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถเซ็นแอปทั้งหมดด้วยคีย์ของ F-Droid เองเพราะจะเท่ากับดึงอำนาจจากนักพัฒนา F-Droid โต้แย้งว่าวิธีการของตนในการตรวจสอบความปลอดภัยโดยการ build แอปจาก source code ที่เผยแพร่สาธารณะนั้นให้ความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ไม่แพ้การยืนยันตัวตนนักพัฒนา
ทาง F-Droid ยังชี้ให้เห็นว่าการรวมศูนย์การเผยแพร่แอปไว้กับผู้ให้บริการรายเดียวไม่ได้แก้ปัญหาความปลอดภัยทั้งหมด โดยอ้างว่า Google Play Store เองก็ยังพบมัลแวร์หลุดเข้าไปเผยแพร่ได้หลายครั้ง และหากพบว่าแอปใดเป็นมัลแวร์ ระบบ Google Play Protect ก็สามารถตรวจสอบและสั่งห้ามรันแอปดังกล่าวได้อยู่แล้ว แม้ว่าแอปนั้นจะไม่ได้มาจาก Play Store ก็ตาม การบังคับให้นักพัฒนาทุกคนต้องลงทะเบียนจึงไม่ได้เพิ่มความปลอดภัยจริง แต่เป็นการกีดกันการแข่งขันและจำกัดสิทธิ์ของเจ้าของอุปกรณ์ในการรันซอฟต์แวร์ที่ต้องการ
นโยบายดังกล่าวยังถูกมองว่าขัดกับ Digital Markets Act (DMA) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการแข่งขันในตลาดดิจิทัลและคุ้มครองสิทธิ์ผู้ใช้ในการเลือกใช้แหล่งติดตั้งแอปพลิเคชันทางเลือก F-Droid เรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันในหลายประเทศเข้ามาตรวจสอบนโยบายของ Google และมองว่านี่คือความพยายามในการรวมศูนย์อำนาจในการควบคุมระบบนิเวศของ Android ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อนักพัฒนาและผู้ใช้นับล้านทั่วโลกที่ต้องการทางเลือกที่เป็นอิสระจาก Google
